การรักษาโรคกรดไหลย้อน ถ้าผู้ป่วยรับประทานอาหารแบบไหนแล้วมีอาการ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้อาการกำเริบได้
โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease) หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นชินว่า “GERD” คือโรคที่เกิดจากการที่กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่บริเวณหลอดอาหาร (ลำคอ) ทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้แก่ อาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว ไอ คลื่นไส้ หรืออาเจียน
นอกจากการใช้ยาในการรักษาโรคกรดไหลย้อนแล้ว การปรับพฤติกรรมการกินอาหารก็ช่วยบรรเทาอาการโรคกรดไหลย้อนและช่วยให้การรักษาเห็นผลเร็วยิ่งขึ้น เมื่อหายจากโรคแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นโรคกรดไหลย้อนได้อีก
กรดไหลย้อนเกิดจากอะไร?
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเหตุใดกรดไหลย้อนจึงมากวนใจและบางครั้งก็ทรมานจนใช้ชีวิตลำบาก อาการกรดไหลย้อนนั้นเกิดจากการไหลย้อนกลับของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหาร โดยปกติแล้วเมื่อเรากลืนอาหารลงไป กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารจะคลายตัวลงเพื่อเปิดทางให้อาหารและน้ำไหลเข้าไปยังกระเพาะอาหาร จากนั้นกล้ามเนื้อหูรูดก็จะปิดลงอีกครั้ง แต่หากกล้ามเนื้อนี้หย่อนตัวผิดปกติหรืออ่อนแอลงจนปิดไม่สนิท กรดในกระเพาะอาหารก็จะไหลย้อนกลับไปที่บริเวณหลอดอาหารและมักทำให้หลอดอาหารมีอาการอักเสบ โดยผู้ที่มีกรดไหลย้อนเรื้อรังอาจเกิดแผลตามมาได้อีกด้วย
10 วิธีปรับพฤติกรรม ลดอาการกรดไหลย้อนให้หายขาดโดยไม่ต้องใช้ยา
ต้องบอกเลยว่า พฤติกรรมหลายๆ อย่างเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อนได้โดยไม่รู้ตัว ลองมาเช็คลิสต์กันดูว่าพฤติกรรมของเราไม่เข้าข่ายข้อไหนบ้าง จากนั้นให้ลองสังเกตว่าอาการกรดไหลย้อนลดน้อยลงหรือไม่หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้แล้ว
1. เลี่ยงพฤติกรรมกินแล้วนอน
การยืนหรือการนั่งช่วยให้กรดที่ปล่อยออกมาย่อยอาหารอยู่ในกระเพาะอาหารตามแรงโน้มถ่วง แต่การนอนนั้นจะเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนมากขึ้น หลังจากมื้ออาหารจึงควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนจะเข้านอน เพื่อให้เวลาร่างกายย่อยอาหารให้หมดเสียก่อน และควรหลีกเลี่ยงการงีบหลับหลังมื้ออาหารหรือการกินของว่างก่อนเข้านอน
2. กินทีละน้อย และกินให้ช้าลง
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า กระเพาะที่อัดแน่นด้วยอาหารจะทำให้เกิดการไหลย้อนกลับของกรดในกระเพาะ สำหรับวิธีแก้ให้ลองแบ่งส่วนมื้ออาหารให้เล็กลง หรือแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 4-5 มื้อต่อวัน แทนการกิน 3 มื้อ และเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
3. เลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน
สำหรับวิธีการเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน เช่น หัวหอม กระเทียม สะระแหน่ (มินต์) มะเขือเทศ ช็อกโกแลต เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างชา กาแฟ น้ำอัดลม ผลไม้และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รวมถึงอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่มีรสเผ็ด หากกินอาหารเหล่านี้เป็นประจำ วิธีง่ายๆ คือให้ลองงดดูว่าอาการกรดไหลย้อนจะดีขึ้นหรือไม่ และกลับมากินทีละอย่างเพื่อระบุอาหารที่เป็นตัวกระตุ้น
4. หลังกินอาหารไม่ควรออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวเร็วเกินไป
อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย คือการเดินเพื่อย่อยอาหารนั้นสามารถทำได้ตามปกติ แต่หากเป็นการออกกำลังกายหนักๆ ที่ต้องใช้แรงหรือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รวมถึงการโน้มตัว ก้มตัวต่ำ ให้รออย่างน้อย 2 ชั่วโมง และควรดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนและหลังออกกำลังกาย
5. อย่านอนราบมากเกินไป
สำหรับลักษณะการนอนก็สำคัญมากๆ เลย ควรให้ศีรษะและหน้าอกอยู่สูงกว่าเท้า 6-8 นิ้ว โดยอาจใช้หมอนรองหลังเมมโมรี่โฟมหรือเตียงปรับระดับที่ช่วยปรับยกลำตัวช่วงบนขึ้น แต่ไม่ควรใช้กองหมอนหลายๆ ใบหนุน เพราะอาจไม่ได้รูปแบบการนอนที่ถูกต้อง และทำให้เกิดแรงกดที่ท้องจนอาการกรดไหลย้อนแย่ลงกว่าเดิมได้
6. ลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกินเกณฑ์
เพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงทำให้เกิดแรงกดที่ท้อง แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างกล้ามเนื้อที่รองรับส่วนล่างของหลอดอาหาร ซึ่งจะทำให้แรงกดที่กล้ามเนื้อหูรูดลดลงและปิดไม่สนิท
7. งดการสูบบุหรี่
สารนิโคตินในบุหรี่อาจเป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารหย่อนตัวลงจนกรดและเศษอาหารในกระเพาะไหลย้อนกลับขึ้นมา
8. ลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เนื่องจากมีฤทธิ์ทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มการคลายตัวของหูรูดหลอดอาหาร และส่งผลต่อความสามารถในการกำจัดกรดในหลอดอาหาร ลองหันมาผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีอื่นแทน เช่น ออกกำลังกาย เดิน ฝึกสมาธิ เหยียดยืดร่างกาย หรือหายใจเข้าออกช้าๆ
9. ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น
โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่รัดบริเวณรอบเอว ซึ่งจะสร้างแรงกดต่อท้องและหลอดอาหารส่วนล่าง
10. ดื่มอินโนไซม์ (InoZyme) ทุกวัน
InoZyme (อินโนไซม์) ช็อตอาหารเสริม จากประเทศญี่ปุ่น พร้อมดื่มช่วยปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน ท้องอืด แน่นท้อง ด้วยนวัตกรรมช็อตพร้อมดื่ม ช่วยในการย่อย ที่อุดมไปด้วยเอนไซม์จากธรรมชาติ
ช็อตอาหารเสริมพร้อมดื่ม ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ผ่านอย. ไทย ปลอดภัย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ
- ย่อยไว หยุดอาการไม่สบายท้อง
- ย่อยง่าย
- ลดภาระระบบการย่อยอาหาร
- ดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น
- สร้างสมดุล และล้างพิษลำไส้
- สร้างระบบการย่อยอาหารให้แข็งแรง
- ลดอาการแน่นท้อง
- ลดท้องอืด
- เติมเอนไซม์ช่วยย่อย