จัดส่งฟรีทุกออเดอร์ ทั่วประเทศ · ปรึกษาเภสัชกรก่อนสั่งซื้อได้
ไฟเบอร์ต่างกับเอนไซม์อย่างไร สายรักสุขภาพต้องรู้
ไฟเบอร์

ไฟเบอร์ต่างกับเอนไซม์อย่างไร สายรักสุขภาพต้องรู้

3 ก.ย. 2569
อ่าน 22 นาที
ไฟเบอร์ต่างกับเอนไซม์อย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นโพรไบโอติก ไฟเบอร์ และเอนไซม์ ต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น แต่ทุกตัวมีการทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ก่อนอื่นต้องบอกเลยค่ะว่า ทั้งไฟเบอร์ (Fiber), โพรไบโอติก (Probiotic) และเอนไซม์ (Enzyme) ต่างมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น แต่ทุกตัวทำงานคนละฟังก์ชันอย่างสิ้นเชิง

ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ไฟเบอร์ (Fiber), โพรไบโอติก (Probiotic) และเอนไซม์ (Enzyme) กันค่ะ ว่าทั้ง 3 ตัวนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายที่ต่างกันยังไงบ้าง

ไฟเบอร์ คืออะไร?

ตัวแรกที่เราจะพาท่านมาทำความรู้จักเลยนั้นก็คือ ไฟเบอร์ (Fiber) หรือเส้นใยอาหาร ส่วนใหญ่เราจะได้จากส่วนโครงสร้างของพืช เช่น กิ่ง ก้าน เมล็ด เป็นส่วนที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ มีอีกชื่อหนึ่งว่าเซลลูโลส ซึ่งมีโครงสร้างประกอบไปด้วยโมเลกุลน้ำตาลมาต่อกันอย่างซับซ้อน ไฟเบอร์จะไม่โดนย่อยด้วยกรดในกระเพาะอาหารและเอนไซม์ในลำไส้เล็ก มันจึงเป็นกากที่จะไปเบียดบังพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร เวลารับประทานเข้าไปจึงรู้สึกอิ่ม อีกทั้งมันเป็นสารที่ไม่ให้พลังงาน เมื่อรับประทานเข้าไปจึงไม่ก่อให้เกิดพลังงานส่วนเกิน แต่ในทางตรงข้ามมันกลับไปช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลอีกด้วย นอกจากนี้มันยังช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง ลดอัตราเสี่ยงจากไขมันอุดตันหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเนื่องจากมันช่วยในเรื่องระบบการขับถ่ายให้ดีขึ้นนั่นเอง มันจึงช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ริดสีดวงทวารด้วย

ไฟเบอร์แบ่งได้ 2 ชนิดคือ

  1. ไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ เวลาละลายน้ำจะเห็นเป็นลักษณะเมือกๆ พบมากในผลไม้ ถั่ว ข้าวโอ๊ต เป็นต้น
  2. ไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายน้ำ จะพบมากในข้าวซ้อมมือ รำข้าว ผักต่างๆ

ประโยชน์จากการรับประทานไฟเบอร์

  1. ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดให้น้อยลงได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นโรคไขมันในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ร่วมกับยารักษาด้วย จะทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดกลับมาอยู่ในระดับที่คงที่ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในอนาคตได้ ซึ่งใครที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ยังควรได้รับไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำที่จะเป็นตัวป้องกันโรคนี้ได้เป็นอย่างดี
  2. เป็นยาระบาย ลดอาการท้องผูก สำหรับไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายน้ำจะเข้าไปทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยให้ลำไส้บีบตัวเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น การรับประทานไฟเบอร์อย่างเพียงพอในแต่ละวันจะลดปัญหาท้องผูก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคริดสีดวงทวาร ช่วยล้างสารพิษในลำไส้ กำจัดของเสียที่คั่งค้าง และลดโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ไปในตัว
  3. ไฟเบอร์ชนิดที่ละลายได้ในน้ำ จะทำหน้าที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงมีประโยชน์กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ลดการใช้อินซูลิน และในกลุ่มคนปกติจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ด้วย
  4. การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยลดความอ้วนได้จริง แต่ไม่ใช่ตัวช่วยหลักในการลดน้ำหนัก ซึ่งเราควรทำความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้ว่า ไฟเบอร์จะทำหน้าที่ช่วยให้ทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น อาหารเดินทางเข้าสู่ระบบย่อยได้เร็วเมื่อมีส่วนประกอบของไฟเบอร์ (ช่วยลดการดูดซึมในระหว่างเดินทาง ทำให้เราได้รับพลังงานจากอาหารที่ไม่มากเกินไป)
  5. นอกจากนี้ ไฟเบอร์ยังทำหน้าที่เป็นฟองน้ำพองตัวและดูดซึมน้ำเอาไว้ แย่งพื้นที่ภายในระบบทางเดินอาหารให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง แต่อิ่มนานขึ้น ยิ่งหากการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมร่วมกับการออกกำลังกายด้วยแล้ว ยิ่งจะทำให้การลดน้ำหนักได้ผลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โพรไบโอติก คืออะไร?

สำหรับ โพรไบโอติก (Probiotic) ที่สายรักสุขภาพอาจเคยได้ยินชื่อนี้บ่อยๆ คือจุลินทรีย์มีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกาย ช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการเกี่ยวกับภาวะในลำไส้ได้ มักพบมากในบริเวณระบบทางเดินอาหาร จุลินทรีย์ชนิดนี้ทนทานต่อกรดและด่าง และนับเป็นจุลินทรีย์ประเภทที่มีประโยชน์ ทำหน้าที่คล้ายกับเกราะที่ยึดเกาะอยู่กับเยื่อบุลำไส้ คอยสร้างสารออกมาช่วยกำจัดจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ ได้ หากมีในปริมาณที่เพียงพอจะมีส่วนช่วยในการดูดซึมสารอาหาร สังเคราะห์วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังช่วยปรับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุลได้อีกด้วย

โพรไบโอติก VS พรีไบโอติก เหมือนกันหรือไม่?

โพรไบโอติก (Probiotics) จุลินทรีย์ขนาดเล็ก นับเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ พบได้ในระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาสมดุลในลำไส้ และป้องกันอาการผิดปกติต่างๆ ของลำไส้ได้อีกด้วย

พรีไบโอติก (Prebiotics) ใยอาหารที่พบมากในหัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วแดง หรือไฟเบอร์ในผัก ผลไม้ต่างๆ ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ แต่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของโพรไบโอติก เรียกว่าจุดไหนที่มีพรีไบโอติกเยอะ จุลินทรีย์โพรไบโอติกก็จะเยอะตามไปด้วยนั่นเอง

แม้ว่าชื่อจะแตกต่างกัน แต่ทั้งโพรไบโอติกและพรีไบโอติกนั้นต่างทำงานสนับสนุนซึ่งกันและกัน หากร่างกายมีพรีไบโอติกหรือได้รับพรีไบโอติกจำนวนที่มากพอก็จะไปช่วยส่งเสริมการทำงานของโพรไบโอติกให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้

โพรไบโอติก ช่วยอะไร?

โพรไบโอติกที่เรารู้จักกันเบื้องต้นนั้น มีคุณสมบัติและประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่

  • ช่วยกระตุ้นระบบย่อยและระบบขับถ่าย ด้วยแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) จุลินทรีย์ในกลุ่มโพรไบโอติกที่พบได้ตามธรรมชาติโดยเฉพาะบริเวณทางเดินอาหาร
  • ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกาย
  • ช่วยสร้างเอนไซม์ที่กระตุ้นการย่อยอาหาร
  • ช่วยลดอาการอักเสบต่างๆ เช่น อาการอักเสบในช่องคลอด อาการอักเสบทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์และเชื้อบางชนิด

เอนไซม์ คืออะไร?

เอนไซม์ (Enzyme) คือ สารชีวโมเลกุล (Biomolecule) ที่ประกอบขึ้นจากกลุ่มของโปรตีนชนิดต่างๆ มีคุณสมบัติในการเร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ส่งเสริมให้กระบวนการต่างๆ ภายในร่างกายไม่ว่าจะเป็นกระบวนการสันดาป (Metabolism) กระบวนการย่อยสลายสสารและโมเลกุลเพื่อพลังงาน (Catabolism) หรือกระบวนการสังเคราะห์สารต่างๆ (Anabolism) ของสิ่งมีชีวิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เอนไซม์เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ส่งเสริมการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ตั้งแต่ไซยาโนแบคทีเรีย จนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อีกความหมายหนึ่งคือ ถ้าหากสิ่งมีชีวิตขาดเอนไซม์ ร่างกายจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ และตายในที่สุด ดังนั้น เอนไซม์จึงเปรียบเหมือนผู้ช่วยในระบบต่างๆ ของร่างกาย ทำหน้าที่ช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีที่จำเพาะ (Specific catalyst) ซึ่งจะทำงานร่วมกับสารชีวเคมีอื่น ได้แก่ โคเอนไซม์ (Co-enzymes) ซึ่งร่างกายได้รับจากสารอาหารจำพวกวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ถ้ามีเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุนั้น จะไม่สามารถกระตุ้นการทำงานภายในเซลล์ได้ หากไม่ได้ทำงานร่วมกับเอนไซม์

ซึ่งหากพูดให้เข้าใจง่าย เอนไซม์เปรียบเสมือนกับสิ่งที่เป็นตัวจุดประกายของชีวิตที่อยู่ในร่างกาย ถ้าหากในร่างกายของท่านไม่มีเอนไซม์ ท่านก็ไม่สามารถย่อยอาหารและดูดซึมอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ดังนั้นเอนไซม์จึงเป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมี หรือตัวคะตะไลต์ที่จำเพาะ ซึ่งจะทำงานร่วมกับโคเอนไซม์ โคเอนไซม์ในที่นี้ก็คือ พวกวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายนั่นเองค่ะ

เอนไซม์มีกี่ชนิด?

เอนไซม์สามารถจัดจำแนกออกได้ 3 ชนิด คือ

  • เมทาโบลิกเอนไซม์ (Metabolic enzyme) เป็นเอนไซม์ซึ่งทำงานอยู่ในเลือด เนื้อเยื่อ และอวัยวะของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำบัดและรักษาโรคภัยไข้เจ็บของร่างกาย
  • ฟูดเอนไซม์ (Food enzyme) เป็นเอนไซม์ที่ได้มาจากอาหารสด
  • ไดเจสทีฟเอนไซม์ (Digestive enzyme) เป็นเอนไซม์ที่ย่อยอาหาร

ซึ่งอาหารจากธรรมชาติต่างๆ ล้วนแต่มีเอนไซม์อยู่ด้วยเพื่อที่จะช่วยในการย่อยสิ่งต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไป เช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน เส้นใย น้ำตาลและนม เป็นต้น เอนไซม์ในอาหารเหล่านี้สามารถจำแนกได้เป็น 7 ประเภท คือ

  • ไลเพส (Lipase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกไขมัน
  • โพรทีเอส (Protease) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกโปรตีน
  • เซลลูเลส (Cellulase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารพวกเส้นใยพืชต่างๆ
  • อะไมเลส (Amylase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกแป้ง
  • แลกเทส (Lactase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกนม
  • ซูเครส (Sucrase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกน้ำตาล
  • มอลเทส (Maltase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกเมล็ดข้าว เป็นต้น

เมื่อเรารับประทานผักสดและผลไม้เข้าไป ร่างกายก็จะได้รับเอนไซม์เหล่านี้เข้าไป เอนไซม์เหล่านี้จะไปช่วยให้การทำงานของเอนไซม์ที่มีอยู่แล้วในร่างกายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากคุณต้องการรับเอนไซม์ และโพรไบโอติก ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายที่จะได้รับในแต่ละวัน ซึ่งการกิน “อิโนไซม์ InoZyme” นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก

อิโนไซม์ InoZyme คืออะไร?

อิโนไซม์ InoZyme คือ นวัตกรรมเอนไซม์ช็อตช่วยย่อย ซึ่งต้องบอกเลยค่ะว่า เมื่อเราอายุเริ่มมากขึ้น ร่างกายจะผลิตเอนไซม์ได้น้อยลง อิโนไซม์ เอนไซม์ธรรมชาติ วันละ 1 ซอง เติมเอนไซม์สำคัญ 6 ชนิดให้กับร่างกาย พร้อมปรับสมดุลระบบย่อยอย่างครบสูตร ส่วนผสมเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Peach Powder, Papaya Extract, Oat Extract, Pineapple Extract, Barley Extract ฯลฯ ซึ่งช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสที่มีอยู่ในนม โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และไฟเบอร์

อิโนไซม์ InoZyme ช่วยอะไร?

อิโนไซม์ InoZyme ช็อตอาหารเสริมพร้อมดื่ม ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ผ่าน อย. ไทย ปลอดภัย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

  • ย่อยไว หยุดอาการไม่สบายท้อง
  • ย่อยง่าย
  • ลดภาระระบบการย่อยอาหาร
  • ดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น
  • สร้างสมดุล และล้างพิษลำไส้
  • สร้างระบบการย่อยอาหารให้แข็งแรง
  • ลดอาการแน่นท้อง
  • ลดท้องอืด
  • เติมเอนไซม์ช่วยย่อย

มองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพของคุณ?

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ