เอนไซม์ คือสิ่งมหัศจรรย์ แห่งการมีอายุยืน ที่ใครหลายๆ คนอาจยังไม่รู้ วันนี้ Prime Health จะพารู้จักกับหน้าที่ของเอนไซม์ในร่างกาย และคุณสมบัติเอนไซม์กันค่ะ
ใครมีปัญหาท้องอืด อาหารไม่ย่อย ลองอาหารที่อุดมด้วย “เอนไซม์” แน่นๆ รับรองอาการธาตุหนักหายเป็นปลิดทิ้ง พร้อมช่วยปลอบประโลมร่างกายทุกส่วน
ซึ่งก่อนจะพูดถึงอาหาร มารู้จัก เอนไซม์ (Enzyme) สารชีวโมเลกุล (Biomolecule) ที่ประกอบด้วยโปรตีนชนิดต่างๆ มีคุณสมบัติในการเร่งปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ส่งเสริมให้กระบวนการต่างๆ ภายในร่างกาย และถ้าหากร่างกายขาดเอนไซม์จะไม่สามารถย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ซึ่งส่งผลถึงชีวิตได้ เพราะเอนไซม์เป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมี หรือตัวคะตะลิสต์ (Catalyst) ที่จำเพาะ ซึ่งจะทำงานร่วมกับโคเอนไซม์ (Coenzymes) โดยโคเอนไซม์ในที่นี้ คือพวกวิตามิน และแร่ธาตุจำเป็นต่อร่างกาย และวิตามิน แร่ธาตุนั้น จะไม่สามารถกระตุ้นให้ทำงานได้หากไม่ได้ทำงานร่วมกับเอนไซม์
Michelle Schoffro Cook, PhD, DNM ผู้เขียน 60 Seconds to Slim ระบุว่าแม้ร่างกายของเราสามารถผลิตเอนไซม์ได้เอง แต่หากร่างกายผลิตเอนไซม์ไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารที่เรากินได้ ดังนั้นมันจึงยังคงอยู่ในลำไส้ ซึ่งการขาดเอนไซม์ อาจส่งผลต่อระบบย่อยของร่างกาย ทำให้ท้องอืด ระบบย่อยอาหารแย่ลง พลังงานต่ำ ความอยากอาหาร และไขมันหน้าท้อง สิ่งนี้จะเพิ่มภาระให้กับตับและตับอ่อนของเราในการแก้ไขความขาดแคลน ทำให้อวัยวะหลักที่ลดไขมันรัดตัวในลักษณะที่ทำให้การเผาผลาญไขมันโดยรวมช้าลง
การศึกษาในปี 2013 ที่มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก ผู้หญิงที่เพิ่มผลไม้และผักที่อุดมด้วยเอนไซม์ในอาหารลดน้ำหนักได้เพิ่มขึ้น 500% มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับเอนไซม์ถึง 2.5 เท่า ซึ่งเอนไซม์จากผลไม้และผักสดสามารถกระตุ้นให้น้ำหนักเปลี่ยนแปลงได้ในระยะยาว อย่างเช่น สับปะรด

เอนไซม์ คืออะไร ?
เอนไซม์เปรียบเสมือนกับสิ่งที่เป็นตัวจุดประกายของชีวิตที่อยู่ในร่างกาย ถ้าหากในร่างกายของท่านไม่มีเอนไซม์ ท่านก็ไม่สามารถย่อยอาหารและดูดซึมอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ดังนั้นเอนไซม์จึงเป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมี หรือตัวคะตะไลต์ที่จำเพาะ ซึ่งจะทำงานร่วมกับโคเอนไซม์ โคเอนไซม์ในที่นี้ก็คือ พวกวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายนั่นเอง หลายท่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่า วิตามินนั้นไม่สามารถกระตุ้นให้ทำงานได้ถ้าหากว่าไม่ได้ทำงานร่วมกับเอนไซม์
ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการซึ่งเป็นบุคคลแรกที่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเอนไซม์ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2476-2486 กล่าวว่า “เรามีแหล่งพลังงานจากเอนไซม์มาตั้งแต่แรกเกิด เปรียบเสมือนกับแบตเตอรี่อันใหม่ เมื่อใช้ไประยะหนึ่ง แบตเตอรี่ดังกล่าวก็จะหมดอายุการใช้งานไป ร่างกายเราก็เช่นกัน ถ้าหากมีการใช้แหล่งพลังงานจากเอนไซม์ไปมากเท่าไหร่ ชีวิตเราก็จะสั้นมากขึ้นเท่านั้น” เนื่องจากเรามีแหล่งพลังงานจากเอนไซม์อันจำกัด แหล่งพลังงานนี้ก็จะสูญหายไปได้เรื่อยๆ จากนิสัยการบริโภคอาหารของเรา เช่น การรับประทานอาหารที่ปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่างๆ มากมาย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานยา หรือแม้แต่การรับประทานอาหารขยะ หรือพวกฟาสต์ฟู้ด ก็มีส่วนในการทำลายเอนไซม์ในร่างกายของเราทั้งสิ้น
เอนไซม์ในร่างกายทำหน้าที่อะไรบ้าง หน้าที่ที่แท้จริงของเอนไซม์ ได้แก่ ย่อยอาหาร สลายสารพิษ ทำให้เลือดบริสุทธิ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง สร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์จากปอด และลดความเครียดของตับอ่อนและอวัยวะอื่นๆ

เอนไซม์มีกี่ชนิด
เอนไซม์สามารถจัดจำแนกออกได้ 3 ชนิด คือ
- เมทาโบลิกเอนไซม์ (Metabolic enzyme) เป็นเอนไซม์ซึ่งทำงานอยู่ในเลือด เนื้อเยื่อ และอวัยวะของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บำบัดและรักษาโรคภัยไข้เจ็บของร่างกาย
- ฟูดเอนไซม์ (Food enzyme) เป็นเอนไซม์ที่ได้มาจากอาหารสด
- ไดเจสทีฟเอนไซม์ (Digestive enzyme) เป็นเอนไซม์ที่ย่อยอาหาร
ซึ่งอาหารจากธรรมชาติต่างๆ ล้วนแต่มีเอนไซม์อยู่ด้วยเพื่อที่จะช่วยในการย่อยสิ่งต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไป เช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน เส้นใย น้ำตาลและนม เป็นต้น เอนไซม์ในอาหารเหล่านี้สามารถจำแนกได้เป็น 7 ประเภท คือ
- ไลเพส (Lipase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกไขมัน
- โพรทีเอส (Protease) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกโปรตีน
- เซลลูเลส (Cellulase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารพวกเส้นใยพืชต่างๆ
- อะไมเลส (Amylase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกแป้ง
- แลกเทส (Lactase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกนม
- ซูเครส (Sucrase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกน้ำตาล
- มอลเทส (Maltase) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยสลายอาหารจำพวกเมล็ดข้าว เป็นต้น
เมื่อเรารับประทานผักสดและผลไม้เข้าไป ร่างกายก็จะได้รับเอนไซม์เหล่านี้เข้าไป เอนไซม์เหล่านี้จะไปช่วยให้การทำงานของเอนไซม์ที่มีอยู่แล้วในร่างกายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เอนไซม์จากสับปะรด คืออะไร ?
ผลไม้เขตร้อนสดหรือแช่แข็งนี้เป็นแหล่งของโบรมีเลนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ย่อยสลายโปรตีนในอาหาร ทำให้ตับสามารถโฟกัสกับหน้าที่เผาผลาญไขมันได้
ทั้งนี้การดื่มน้ำเปล่าอย่างเพียงพอจะช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ และถ้าหากควบคู่ไปกับการออกกำลังกายรับรองเลยว่าหุ่นคุณจะเป๊ะปังแน่นอน ที่สำคัญห่างไกลทั้งโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคอ้วน ความดันอย่างแน่นอนค่า
โดยล่าสุด ดร.เอ็ดเวิร์ด เฮาเวลล์ ยังได้ค้นพบว่าคุณภาพชีวิตและระดับพลังงานในร่างกายของเรานั้นขึ้นอยู่กับเอนไซม์ทั้งหลาย ถ้าหากร่างกายของเรามีเอนไซม์อยู่น้อยก็จะทำให้เรามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพด้วย ซึ่งมีผู้ประมาณการเอาไว้อีกว่าประมาณร้อยละ 80 ของโรคในร่างกายมีสาเหตุมาจากร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารได้ และนอกจากนี้สารบางอย่างซึ่งเป็นพวกสารปนเปื้อนในอาหารก็จะถูกร่างกายดูดซึมเข้าไปด้วย
เราได้รับเอนไซม์ที่สะสมมาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งปริมาณของเอนไซม์จะลดลงเรื่อยๆ ตามช่วงของอายุ ดังนั้นจึงมักพบว่าในผู้ใหญ่ ประสิทธิภาพในการผลิตเอนไซม์ของร่างกายจะลดลงทำให้เกิดปัญหาของการพร่องเอนไซม์ในร่างกาย และนอกจากนี้สาเหตุของการขาดเอนไซม์ยังเกิดจากการที่เอนไซม์สูญเสียสภาพไป อันเนื่องมาจากการผ่านขั้นตอนต่างๆ ในกระบวนการปรุงอาหาร โดยเฉพาะความร้อน เป็นต้น ดังนั้นในวันหนึ่งๆ เราควรรับประทานอาหารจำพวกผักสดและผลไม้สดให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมดที่เรารับประทานเข้าไป เพื่อร่างกายของเราจะได้ไม่ขาดเอนไซม์และสุขภาพร่างกายของเราก็จะดีด้วย
ถ้าหากว่าท่านใดกำลังประสบกับปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร หรือกำลังมองหาอาหารเสริมเอนไซม์อยู่ เราแนะนำให้ลอง InoZyme เอนไซม์แบบน้ำพร้อมดื่มเลยค่ะ ดื่มง่าย แค่วันละ 1 ซอง ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกไม่แน่นท้อง ล้างพิษลำไส้ พร้อมสร้างสมดุลที่ดี
InoZyme อาหารเสริมเอนไซม์
InoZyme อิโนไซม์ อาหารเสริมญี่ปุ่นแบบพร้อมดื่ม อุดมด้วยเอนไซม์สำคัญทั้ง 6 ชนิด ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยย่อยแป้ง โปรตีน ไขมัน กากใย รวมไปถึงนม ซึ่งต้องบอกเลยว่า InoZyme ครอบคลุมการย่อยอาหารได้ครบทั้ง 5 หมู่ ก่อนถูกแปรเปลี่ยนเป็น “พลังงาน” ทั่วร่างกาย
ซึ่งในลำไส้ของเราทุกคน จะมีการผลิต “เอนไซม์ช่วยย่อย (Digestive enzyme)” เพื่อทำหน้าที่ย่อยอาหารชนิดต่างๆ แต่เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ หรือบางช่วงที่เกิดความเครียดสะสม รวมถึงหากเซลล์เกิดความเสื่อมมากขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายผลิตเอนไซม์ได้น้อยลง อันเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะอาหารไม่ย่อย นำมาซึ่งอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายตัว แม้จะไม่ถูกจัดอันดับว่าเป็นโรคร้ายแรง แต่ก็เรียกได้ว่าสร้างความอึดอัดใจ ก่อความรำคาญ แถมอาจทำให้เสียบุคลิกภาพที่ดีระหว่างวัน
เหมาะสำหรับ กลุ่มวัยผู้ใหญ่ และ กลุ่มวัยทำงานหนัก เพราะยิ่งเราอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะยิ่งผลิตเอนไซม์ได้น้อยลง ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งกลุ่มคนที่ทำงานหนัก และทานอาหารไม่เป็นเวลา ระบบการย่อยอาหารมักแปรปรวน ดังนั้นการดื่ม InoZyme (อิโนไซม์) ทุกวันนั้นถือว่าตอบโจทย์ร่างกายมากๆ เลยค่ะ